c r e a t i v e & c r i t i c a l + + b l o g


I am I am, but that’s ok ดูหนังแล้วย้อนดูเรา
มีนาคม 30, 2007, 11:37 pm
Filed under: critical

เมื่อวานไปดูหนังอย่างฉูกละหุกกับเพื่อนที่ฝึกงานมาด้วยกันเรื่องนึง ด้วยความอยากดูอยู่แล้ว บวกกับการไม่อยากเห็นใครไปดูหนังคนเดียวผมเลยจึงตอบตกลงไปแบบไม่มีข้อสงสัยอะไรเลย

เป็นความรู้สึกแปลกๆที่ต้องมาดูหนังรัก (แบบแปลกๆ) กับคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน รู้ตัวอีกทีก็ยืนร้องเพลงสรรเสริญฯในลิโด้แล้ว

ซึ่งก็คือหนังเรื่อง I’m a cyborg, but that’s ok หรือในชื่อไทยสุดเลี่ยนว่า “ถึงจะบ้า ก้บ้าร้ากกก”ผลงานชิ้นล่าสุดของ พาร์ค ชาน วุค ผู้ปลุกปั่น ปลุกปั้น หนังไตรภาคแห่งความพยาบาทอย่าง Sympathy for Mr./Mrs. Vengeance และ Old Boy ที่ผมคลั่งไคล้หนักหนา มาคราวนี่พี่แกเล่นฉีกแนวหนังแบบเดิมไปแบบไม่มีชิ้นดีด้วยการริอ่านทำหนังรัก !!! ไม่ธรรมดาครับคาวมอยากดูเลยมีมากอยู่แล้ว ประจวบกับนางเอกหนังเืรื่องนี้คือ อิม ซุ จอง ซึ่งถ้ายังจำกันได้ เธอคือนางเอกหนังเรื่องตู้ซ่อนผี ที่เอาความน่ารัก หวาน ใส มาละลายใจผู้ชายไทย (แบบผม) ไปหลายคน (ขออนุญาตไม่นำเอาเรื่องพระเอกลง หมั่นไส้ !!)

หนังหยิบเอาเรื่องความรักของคนบ้า ในโรงพยาบาลบ้ามาพูด มองเผินๆจากตัวอย่างหนังก็อาจคิดว่าหนังเป็นเรื่องความรักตามสไตล์หนังรัก เกาหลีที่ภาพสวย เพลงเพราะ พระ-นางน่ารัก แต่ไม่ใช่กับเรื่องนี้ครับ เพราะอย่าลืมว่าคนที่กำกับหนังเรื่องนี้เป็นผู้ชายที่ชื่อ ปาร์ค ชาน วุค ดังนั้นสิ่งละอัน พันละน้อย ที่แสนเพี้ยนทั้งหลาย รวมอยู่ในหนังเรื่องนี้ทั้งหมด

เริ่มตั้งแต่การสร้างตัวละครหลักสองตัวขึ้นมา ทั้งพระเอกที่มีปัญหาขาดความสนใจจากพ่อแม่ จนกลายเป็นเด็ก “ไร้ตัวตน” ที่ชอบขโมยของ หรือนางเอกที่มียายแสนเพี้ยนที่กินแต่หัวไชเท้า กับแม่ขี้บ่น จนทำให้เธอคิดว่าตัวเธอเองเป็นหุ่นยนต์ !!!

หนังไม่ได้เป็นหนังดูง่ายอย่างที่ผมคิด ตรงข้าม มันดูยากกว่า Old Boy หรือเรื่องก่อนๆหน้านั้นที่โหดและบ้าเลือดกว่านี้อีก หนังไม่ใช้การเล่าแบบลำดับ 1-2-3 เหยาะด้วยฉากหิมะโปรยหรือทางเดินกลับบ้านที่มีใบไม้เปลี่ยนสีของฤดูใบไม้ร่วงตามแบบสูตรสำเร็จของหนงรักเกาหลี หนังเลือกใช้การเล่าเรื่องวนไปมา บทสนทนาซ้ำๆ รัวเร็ว ฟังไม่ได้ความ เหมือนกำลังจะบอกว่า นี่คือเรื่องความรักของคนที่ไม่ปกติ ความรักของคนบ้า กว่าเราจะผ่านช่วงครึ่งแรกๆของหนังมาได้ก็แทบบ้าตามนางเอกไปหลายหน

แต่ในครึ่งหลังของหนัง สิ่งที่หนังพูด คือสิ่งที่ผมประทับใจจากหนังเรื่องนี้มากที่สุด มันวิ่งแรงแซงทางโค้งนางเอกแสนน่ารักมาโดยทันที สิ่งนั้นก็คือ ความเห็นใจ (sympathy) ที่ตัวพระเอกมีต่อนางเอกที่กำลังจะตายเพราะคิดว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์เลยไม่ยอมกินข้าวจึงเป็นส่วนที่สวยงามที่สุดของหนัง เป็นรูปแบบของความรักที่บริสุทธิ์ ด้วยบริบทของการเกิดขึ้นในโรงพยาบาลบ้า จึงไม่มีซึ่งมารยาใดๆมาฉาบเคลือบความรักของทั้งคู่ไว้ ซึ่งเป็นเหมือนขั้วตรงข้ามของหนังเรื่องก่อนๆของผู็้กำกับคนนี้ที่เน้นเรื่องความแค้น (vengeance) ความพยาบาท การต่อสู้ เลือด การฆ่า ราคะ สารพันเท่าที่จะขุดมาเล่าได้

บางที ความรักที่จริงใจที่สุด ก็ไม่ได้เกิดมาจากความหลงใหลในตัวของแต่ละคน ไม่ได้ร้อนแรงแบบปากของสกาเลท โจฮันสัน มันเป็นแค่เรื่อง ที่คนสองคนรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน เป็นความรัก ที่ไม่มีเรื่องของผลต่างตอบแทน

ผมจะไม่บอกว่าบทสรุปของหนังเรื่องนี้ หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นยังไง ใครจะบอกว่าหนังเรื่องนี้ต่ำกว่ามาตรฐานของผู้กำกับ หรือว่าดูยากเกินไป หรือเรนหล่อน้อยไป ผมไม่สน ผมว่าการที่เราจะมองเห็นค่าของความเห็นใจว่ามีค่าแค่ไหน ก็ด้วยการไปดูหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่ด้วยตา…

แต่ด้วยหัวใจ

แล้วคุณจะใส่ใจอะไรรอบๆตัวขึ้นมากขึ้น

เชื่อผมสิ !!

—–

ออกจากโรงหนังแล้วผมก็มอง หน้าตาที่ยังดูงงๆของเพื่อน แล้วพลันเหลือบไปเห็นหน้าตัวเองในกระจก…

มันไม่ได้งงน้อยไปกว่ากัีนเลย

…..

แต่่เราสองคนยิ้ม :)